เจ้าของธุรกิจหลายคนอยากพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ไม่กล้าเดินหน้าเพราะไม่รู้ว่าราคาจริงๆ อยู่ที่เท่าไหร่ หรือกลัวโดนชาร์จเกินจริง
ความจริงคือ ราคาพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทยมีช่วงกว้างมาก — ตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายสิบล้านบาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการ "อะไร" มากน้อยแค่ไหน บทความนี้จะเปิดตัวเลขจริงๆ พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้ราคาสูงขึ้น และจะประหยัดงบได้อย่างไรโดยไม่กระทบคุณภาพ
ปัจจัยที่กำหนดราคาพัฒนาซอฟต์แวร์
ก่อนลงรายละเอียด ขออธิบาย 3 ปัจจัยหลักที่ควบคุมราคา:
- ความซับซ้อนของ Feature — ระบบง่ายๆ กับระบบที่มี AI, Payment Gateway, หรือ Integration หลายตัว ราคาต่างกันหลายเท่า
- ทีมที่เลือกใช้ — Freelance, Offshore, หรือ Software House ในไทย มีต้นทุนและคุณภาพต่างกันชัดเจน
- Timeline — ถ้าต้องการเร็ว มักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 20–30%
ราคา Web Application
Web App คือระบบที่เข้าใช้งานผ่าน Browser เช่น ระบบจัดการออเดอร์, Admin Dashboard, Customer Portal, หรือ Booking System
| ประเภท Web App | ราคาโดยประมาณ (บาท) | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| Landing Page + Admin พื้นฐาน | 80,000 – 200,000 | 1–2 เดือน |
| Web App ขนาดเล็ก (MVP) | 200,000 – 600,000 | 2–3 เดือน |
| Web App ขนาดกลาง | 600,000 – 2,000,000 | 3–6 เดือน |
| Web App ซับซ้อน (Enterprise) | 2,000,000+ | 6+ เดือน |
สิ่งที่ทำให้ราคาขึ้น:
- ระบบ Authentication หลายระดับ (Role-based Access Control)
- การเชื่อมต่อกับ API ภายนอก เช่น ธนาคาร, Shipping, ERP
- Real-time features เช่น Live Chat, Push Notification
- Dashboard ที่มี Chart และ Report ซับซ้อน
- Multi-language / Multi-currency
ราคา Mobile Application
Mobile App ราคาสูงกว่า Web App เพราะต้องพัฒนา 2 Platform (iOS + Android) หรือใช้ Cross-platform Framework
| ประเภท Mobile App | ราคาโดยประมาณ (บาท) | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| App ง่าย (1 Platform) | 200,000 – 500,000 | 2–3 เดือน |
| App ขนาดกลาง (Cross-platform) | 500,000 – 1,500,000 | 3–5 เดือน |
| App ซับซ้อน (iOS + Android Native) | 1,500,000 – 5,000,000 | 5–9 เดือน |
Cross-platform vs Native:
- Flutter / React Native (Cross-platform): ประหยัดกว่า 30–40% เพราะเขียน code ชุดเดียวได้ทั้ง 2 Platform
- Native (Swift + Kotlin): ราคาสูงกว่า แต่ Performance ดีกว่าสำหรับ App ที่ใช้ Camera, AR, หรือ Payment ที่ซับซ้อน
ราคา ERP System
ERP เป็นระบบที่ซับซ้อนที่สุด เพราะต้องครอบคลุมทุกส่วนของธุรกิจ ตั้งแต่ Accounting, Inventory, HR จนถึง CRM
| ประเภท ERP | ราคาโดยประมาณ (บาท) | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| Odoo Community (Implement + Customize) | 200,000 – 800,000 | 2–4 เดือน |
| Odoo Enterprise | 500,000 – 3,000,000 | 3–8 เดือน |
| Custom ERP ขนาดเล็ก | 1,000,000 – 5,000,000 | 6–12 เดือน |
| Custom ERP ขนาดใหญ่ | 5,000,000+ | 12+ เดือน |
Odoo vs Custom ERP:
- Odoo เหมาะกับธุรกิจที่ Process ไม่ได้แตกต่างจาก Standard มากนัก — ราคาถูกกว่าและเร็วกว่า
- Custom ERP เหมาะกับธุรกิจที่มี Workflow หรือ Requirement เฉพาะทางมากจนการปรับ Odoo ทำได้ยาก หรือราคา Customization ใกล้เคียงกับสร้างใหม่
ราคา AI & Automation
| ประเภท | ราคาโดยประมาณ (บาท) | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| Chatbot แบบ Rule-based | 100,000 – 300,000 | 1–2 เดือน |
| AI Chatbot (LLM-based) | 300,000 – 1,000,000 | 2–4 เดือน |
| RPA (Robotic Process Automation) | 150,000 – 500,000 | 1–3 เดือน |
| Document Processing / OCR | 200,000 – 800,000 | 2–4 เดือน |
ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่มักลืมคิด
นอกจากค่าพัฒนาครั้งแรก ยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ต้องวางแผนไว้:
Infrastructure:
- Server / Cloud (AWS, GCP, Azure): 2,000 – 50,000 บาท/เดือน ขึ้นกับ Traffic
- Database: รวมอยู่ใน Server หรือเพิ่มเติม 1,000 – 10,000 บาท/เดือน
Maintenance & Support:
- Bug Fix + Security Update: 10,000 – 50,000 บาท/เดือน
- Feature เพิ่มเติม: คิดตาม Scope
Third-party Services:
- SMS OTP: ~0.50–1.00 บาท/ข้อความ
- Payment Gateway: 2–3% ต่อ Transaction หรือค่าแบบ Flat Monthly
- Email Service: ฟรีถึงหลักพัน บาท/เดือน
Freelance vs Software House — ต่างกันอย่างไรในแง่ราคา?
| ประเด็น | Freelance | Software House |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น | ต่ำกว่า 30–50% | สูงกว่า |
| ความรับผิดชอบ | บุคคลเดียว | ทีม + สัญญา |
| ความต่อเนื่อง | เสี่ยงถ้า Freelance ออก | มีระบบ Handover |
| คุณภาพ Code | ขึ้นกับบุคคล | มี Code Review Process |
| การ Scale | จำกัด | รองรับ Project ใหญ่ |
| After-sales | ไม่แน่นอน | มี SLA ชัดเจน |
คำแนะนำ: ถ้า Budget จำกัดและ Project เล็กๆ ไม่ซับซ้อน Freelance อาจคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าเป็นระบบที่ธุรกิจพึ่งพาระยะยาว Software House ให้ความมั่นคงและระบบ Support ที่ชัดเจนกว่ามาก
วิธีประหยัดค่าพัฒนาซอฟต์แวร์
1. เริ่มด้วย MVP
อย่าพยายามทำทุก Feature พร้อมกัน — สร้าง MVP (Minimum Viable Product) ที่มีเฉพาะ Core Feature ก่อน แล้วค่อย Iterate จาก Feedback จริง ประหยัดได้ 40–60% ของ Budget
2. เขียน Requirements ให้ชัดก่อนเริ่ม
Scope ที่ไม่ชัดทำให้เกิด Change Request ระหว่างทาง ซึ่งมักบวกค่าพัฒนาเพิ่ม 20–40% เสมอ ใช้เวลาเขียน Requirements ให้ดีตั้งแต่ต้นคือการลงทุนที่คุ้มที่สุด
3. ใช้ Open Source ที่พิสูจน์แล้ว
หลาย Component ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ — Authentication, Payment, Notification, PDF Export มี Library ที่เสถียรอยู่แล้ว สั่งให้ทีมใช้ Library เหล่านี้แทนการ Custom ทุกอย่าง
4. Cloud แทน On-Premise
เริ่มต้นด้วย Cloud จะลดค่า Infrastructure Setup ได้มาก Pay-as-you-go ดีกว่าการซื้อ Server ล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะในช่วงแรก
คำถามที่ควรถาม Software House ก่อนเซ็นสัญญา
- ราคานี้ครอบคลุม UAT (User Acceptance Testing) ไหม?
- Bug fix หลัง Go-live คิดเงินหรือเปล่า? รับประกันนานแค่ไหน?
- ถ้า Scope เปลี่ยน กระบวนการ Change Request เป็นยังไง?
- Source Code เป็นของใครหลังจ่ายเงินครบ?
- มีค่า Hosting หรือ Maintenance รายเดือนแยกหรือเปล่า?
สรุป
| ประเภทระบบ | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| Web App (MVP) | 200,000 บาท |
| Mobile App | 200,000 บาท |
| ERP (Odoo) | 200,000 บาท |
| AI / Automation | 100,000 บาท |
ราคาพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นอยู่กับ Scope และทีมที่เลือก — ไม่มีตัวเลขตายตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือพูดคุยกับ Software House เพื่อให้ได้ Estimate ที่ตรงกับความต้องการจริงๆ ของธุรกิจคุณ
ทีม Adowbig ยินดีรับฟัง Requirement และให้ Scope Estimate เบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณเห็นภาพราคาก่อนตัดสินใจ