บทความทั้งหมด
software 2026-04-16 4 นาที

ราคาพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทย 2026 — เท่าไหร่? มีอะไรที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจส่วนใหญ่อยากรู้ว่า "แพงแค่ไหน?" บทความนี้เปิดตัวเลขราคาจริงของ Web App, Mobile App และ ERP ในไทย พร้อมปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่าง และวิธีประหยัดงบโดยไม่ลดคุณภาพ

ราคาพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทย 2026 — เท่าไหร่? มีอะไรที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

เจ้าของธุรกิจหลายคนอยากพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ไม่กล้าเดินหน้าเพราะไม่รู้ว่าราคาจริงๆ อยู่ที่เท่าไหร่ หรือกลัวโดนชาร์จเกินจริง

ความจริงคือ ราคาพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทยมีช่วงกว้างมาก — ตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลายสิบล้านบาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการ "อะไร" มากน้อยแค่ไหน บทความนี้จะเปิดตัวเลขจริงๆ พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้ราคาสูงขึ้น และจะประหยัดงบได้อย่างไรโดยไม่กระทบคุณภาพ


ปัจจัยที่กำหนดราคาพัฒนาซอฟต์แวร์

ก่อนลงรายละเอียด ขออธิบาย 3 ปัจจัยหลักที่ควบคุมราคา:

  1. ความซับซ้อนของ Feature — ระบบง่ายๆ กับระบบที่มี AI, Payment Gateway, หรือ Integration หลายตัว ราคาต่างกันหลายเท่า
  2. ทีมที่เลือกใช้ — Freelance, Offshore, หรือ Software House ในไทย มีต้นทุนและคุณภาพต่างกันชัดเจน
  3. Timeline — ถ้าต้องการเร็ว มักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 20–30%

ราคา Web Application

Web App คือระบบที่เข้าใช้งานผ่าน Browser เช่น ระบบจัดการออเดอร์, Admin Dashboard, Customer Portal, หรือ Booking System

ประเภท Web Appราคาโดยประมาณ (บาท)ระยะเวลา
Landing Page + Admin พื้นฐาน80,000 – 200,0001–2 เดือน
Web App ขนาดเล็ก (MVP)200,000 – 600,0002–3 เดือน
Web App ขนาดกลาง600,000 – 2,000,0003–6 เดือน
Web App ซับซ้อน (Enterprise)2,000,000+6+ เดือน

สิ่งที่ทำให้ราคาขึ้น:

  • ระบบ Authentication หลายระดับ (Role-based Access Control)
  • การเชื่อมต่อกับ API ภายนอก เช่น ธนาคาร, Shipping, ERP
  • Real-time features เช่น Live Chat, Push Notification
  • Dashboard ที่มี Chart และ Report ซับซ้อน
  • Multi-language / Multi-currency

ราคา Mobile Application

Mobile App ราคาสูงกว่า Web App เพราะต้องพัฒนา 2 Platform (iOS + Android) หรือใช้ Cross-platform Framework

ประเภท Mobile Appราคาโดยประมาณ (บาท)ระยะเวลา
App ง่าย (1 Platform)200,000 – 500,0002–3 เดือน
App ขนาดกลาง (Cross-platform)500,000 – 1,500,0003–5 เดือน
App ซับซ้อน (iOS + Android Native)1,500,000 – 5,000,0005–9 เดือน

Cross-platform vs Native:

  • Flutter / React Native (Cross-platform): ประหยัดกว่า 30–40% เพราะเขียน code ชุดเดียวได้ทั้ง 2 Platform
  • Native (Swift + Kotlin): ราคาสูงกว่า แต่ Performance ดีกว่าสำหรับ App ที่ใช้ Camera, AR, หรือ Payment ที่ซับซ้อน

ราคา ERP System

ERP เป็นระบบที่ซับซ้อนที่สุด เพราะต้องครอบคลุมทุกส่วนของธุรกิจ ตั้งแต่ Accounting, Inventory, HR จนถึง CRM

ประเภท ERPราคาโดยประมาณ (บาท)ระยะเวลา
Odoo Community (Implement + Customize)200,000 – 800,0002–4 เดือน
Odoo Enterprise500,000 – 3,000,0003–8 เดือน
Custom ERP ขนาดเล็ก1,000,000 – 5,000,0006–12 เดือน
Custom ERP ขนาดใหญ่5,000,000+12+ เดือน

Odoo vs Custom ERP:

  • Odoo เหมาะกับธุรกิจที่ Process ไม่ได้แตกต่างจาก Standard มากนัก — ราคาถูกกว่าและเร็วกว่า
  • Custom ERP เหมาะกับธุรกิจที่มี Workflow หรือ Requirement เฉพาะทางมากจนการปรับ Odoo ทำได้ยาก หรือราคา Customization ใกล้เคียงกับสร้างใหม่

ราคา AI & Automation

ประเภทราคาโดยประมาณ (บาท)ระยะเวลา
Chatbot แบบ Rule-based100,000 – 300,0001–2 เดือน
AI Chatbot (LLM-based)300,000 – 1,000,0002–4 เดือน
RPA (Robotic Process Automation)150,000 – 500,0001–3 เดือน
Document Processing / OCR200,000 – 800,0002–4 เดือน

ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่มักลืมคิด

นอกจากค่าพัฒนาครั้งแรก ยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ต้องวางแผนไว้:

Infrastructure:

  • Server / Cloud (AWS, GCP, Azure): 2,000 – 50,000 บาท/เดือน ขึ้นกับ Traffic
  • Database: รวมอยู่ใน Server หรือเพิ่มเติม 1,000 – 10,000 บาท/เดือน

Maintenance & Support:

  • Bug Fix + Security Update: 10,000 – 50,000 บาท/เดือน
  • Feature เพิ่มเติม: คิดตาม Scope

Third-party Services:

  • SMS OTP: ~0.50–1.00 บาท/ข้อความ
  • Payment Gateway: 2–3% ต่อ Transaction หรือค่าแบบ Flat Monthly
  • Email Service: ฟรีถึงหลักพัน บาท/เดือน

Freelance vs Software House — ต่างกันอย่างไรในแง่ราคา?

ประเด็นFreelanceSoftware House
ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 30–50%สูงกว่า
ความรับผิดชอบบุคคลเดียวทีม + สัญญา
ความต่อเนื่องเสี่ยงถ้า Freelance ออกมีระบบ Handover
คุณภาพ Codeขึ้นกับบุคคลมี Code Review Process
การ Scaleจำกัดรองรับ Project ใหญ่
After-salesไม่แน่นอนมี SLA ชัดเจน

คำแนะนำ: ถ้า Budget จำกัดและ Project เล็กๆ ไม่ซับซ้อน Freelance อาจคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าเป็นระบบที่ธุรกิจพึ่งพาระยะยาว Software House ให้ความมั่นคงและระบบ Support ที่ชัดเจนกว่ามาก


วิธีประหยัดค่าพัฒนาซอฟต์แวร์

1. เริ่มด้วย MVP

อย่าพยายามทำทุก Feature พร้อมกัน — สร้าง MVP (Minimum Viable Product) ที่มีเฉพาะ Core Feature ก่อน แล้วค่อย Iterate จาก Feedback จริง ประหยัดได้ 40–60% ของ Budget

2. เขียน Requirements ให้ชัดก่อนเริ่ม

Scope ที่ไม่ชัดทำให้เกิด Change Request ระหว่างทาง ซึ่งมักบวกค่าพัฒนาเพิ่ม 20–40% เสมอ ใช้เวลาเขียน Requirements ให้ดีตั้งแต่ต้นคือการลงทุนที่คุ้มที่สุด

3. ใช้ Open Source ที่พิสูจน์แล้ว

หลาย Component ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ — Authentication, Payment, Notification, PDF Export มี Library ที่เสถียรอยู่แล้ว สั่งให้ทีมใช้ Library เหล่านี้แทนการ Custom ทุกอย่าง

4. Cloud แทน On-Premise

เริ่มต้นด้วย Cloud จะลดค่า Infrastructure Setup ได้มาก Pay-as-you-go ดีกว่าการซื้อ Server ล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะในช่วงแรก


คำถามที่ควรถาม Software House ก่อนเซ็นสัญญา

  • ราคานี้ครอบคลุม UAT (User Acceptance Testing) ไหม?
  • Bug fix หลัง Go-live คิดเงินหรือเปล่า? รับประกันนานแค่ไหน?
  • ถ้า Scope เปลี่ยน กระบวนการ Change Request เป็นยังไง?
  • Source Code เป็นของใครหลังจ่ายเงินครบ?
  • มีค่า Hosting หรือ Maintenance รายเดือนแยกหรือเปล่า?

สรุป

ประเภทระบบราคาเริ่มต้น
Web App (MVP)200,000 บาท
Mobile App200,000 บาท
ERP (Odoo)200,000 บาท
AI / Automation100,000 บาท

ราคาพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นอยู่กับ Scope และทีมที่เลือก — ไม่มีตัวเลขตายตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือพูดคุยกับ Software House เพื่อให้ได้ Estimate ที่ตรงกับความต้องการจริงๆ ของธุรกิจคุณ

ทีม Adowbig ยินดีรับฟัง Requirement และให้ Scope Estimate เบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณเห็นภาพราคาก่อนตัดสินใจ

Software Development CostCustom SoftwareIT BudgetThailandWeb App