บทความทั้งหมด
software 2026-04-09 4 นาที

ราคารับทำ Software: อะไรบ้างที่กำหนดว่าโปรเจกต์คุณจะราคาเท่าไหร่

ทำไม Software ถึงราคาต่างกันมากขนาดนั้น? บทความนี้อธิบาย 7 ปัจจัยหลักที่กำหนดราคา พร้อม Range ที่ควรรู้ก่อนขอ Quote

ราคารับทำ Software: อะไรบ้างที่กำหนดว่าโปรเจกต์คุณจะราคาเท่าไหร่

"ทำ Software ราคาเท่าไหร่?" เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบแบบตัวเลขเดียว เพราะโปรเจกต์ที่ดูเหมือนกันอาจราคาต่างกัน 10 เท่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

บทความนี้จะอธิบาย 7 ปัจจัยหลักที่กำหนดราคา Software และให้ Range ที่ควรรู้ก่อนขอ Quote


ทำไมราคา Software ถึงผันแปรมากขนาดนี้?

Software ไม่เหมือนสินค้าที่มีต้นทุนวัตถุดิบชัดเจน ราคาขึ้นอยู่กับ เวลาที่ใช้ และ ทักษะที่ต้องการ — ทั้งสองอย่างนี้ขึ้นอยู่กับ Complexity ของโปรเจกต์


ปัจจัยที่ 1: Scope และความซับซ้อนของ Feature

กราฟเปรียบเทียบช่วงราคาพัฒนา Software 4 ระดับ ตั้งแต่เว็บไซต์บริษัท+CMS (30,000-80,000 บาท) ระบบ Booking ร้านค้า (150,000-350,000 บาท) CRM ขนาดกลาง (400,000-900,000 บาท) ไปจนถึง ERP สำหรับ SME (800,000 บาทขึ้นไป) นี่คือตัวแปรที่มีผลมากที่สุด ยิ่ง Feature มาก ยิ่งซับซ้อน ยิ่งแพง

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

โปรเจกต์Feature หลักRange ราคา (THB)
เว็บไซต์บริษัท + CMS5–8 หน้า, Blog, Contact30,000–80,000
ระบบ Booking ร้านค้าCalendar, Payment, Notification150,000–350,000
CRM ขนาดกลางLead, Pipeline, Report, Email400,000–900,000
ERP สำหรับ SMEInventory, HR, Finance, Purchase800,000–2,500,000+

หมายเหตุ: Range เป็นค่าประมาณ ขึ้นอยู่กับ Vendor และ Tech Stack


ปัจจัยที่ 2: จำนวน Integrations และ Third-party APIs

การเชื่อมต่อกับระบบภายนอกเพิ่มต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้องใช้เวลาพัฒนา, ทดสอบ และรับมือกับ Edge Cases

ตัวอย่าง API ที่พบบ่อยและผลต่อราคา:

  • Payment Gateway (Omise, PromptPay, Stripe) → +30,000–80,000 บาท
  • LINE Messaging API → +20,000–50,000 บาท
  • Google Maps / Location Services → +15,000–40,000 บาท
  • ERP/Accounting เดิม → +50,000–200,000 บาท (ขึ้นกับความซับซ้อน)
  • รัฐบาล/Regulatory API → +50,000–150,000 บาท

ปัจจัยที่ 3: Platform ที่ต้องการ

Platformผลต่อราคา
Web Application เดียวBaseline
Web + Mobile App (iOS หรือ Android)+40–70%
Web + iOS + Android+70–120%
Cross-platform Mobile (Flutter/React Native)+40–60% (ถูกกว่า Native)

คำแนะนำ: เริ่มจาก Web Application ก่อน ถ้า User ส่วนใหญ่ใช้บนมือถือให้ทำ Progressive Web App (PWA) ก่อนแทนที่จะทำ Native App ทันที


ปัจจัยที่ 4: ทีมที่พัฒนา (Location และ Seniority)

ทีมRate เฉลี่ยต่อชั่วโมง
Freelance Junior (ไทย)400–800 THB/hr
Freelance Senior (ไทย)800–2,000 THB/hr
Software House (ไทย)1,000–2,500 THB/hr
Software House (อินเดีย)500–1,500 THB/hr
Software House (ยุโรป/US)5,000–15,000 THB/hr

Software House ไทยให้ Balance ระหว่างคุณภาพ, การสื่อสาร และต้นทุนที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจไทย


ปัจจัยที่ 5: Design Complexity

Design ที่ดีใช้เวลาและทักษะมาก

  • Template-based Design (ปรับ Theme สำเร็จรูป) → ถูกที่สุด
  • Custom Design จาก Wireframe → ปานกลาง
  • Premium UX Research + Custom Design System → แพงที่สุด

Animation, Micro-interaction และ Custom Illustration เพิ่มต้นทุนอีก 20–40%


ปัจจัยที่ 6: Security และ Compliance Requirements

งานที่ต้องการ Security สูงหรือมี Regulatory ต้องการ Investment เพิ่ม:

  • ระบบชำระเงิน → PCI-DSS Compliance
  • ระบบสุขภาพ → Data Privacy (PDPA)
  • ระบบการเงิน → ธปท. / SEC Compliance
  • ระบบรัฐ → Government Security Standards

แต่ละ Compliance Level เพิ่มต้นทุน 15–40% ขึ้นกับ Scope


ปัจจัยที่ 7: Timeline — เร่งด่วนมีค่าใช้จ่าย

ถ้าต้องการ Deliver เร็วกว่า Timeline ปกติ Software House บางเจ้าจะ:

  • เพิ่มทีม (เพิ่มต้นทุน)
  • ทำงาน Overtime (อาจมี Premium)
  • ลด Scope เพื่อให้ทัน Timeline

กฎทั่วไป: เร่งกำหนดเวลา 50% มักเพิ่มต้นทุน 30–50%


Cost ที่คนมักลืมนับ

นอกจากค่าพัฒนาหลัก ยังมี:

  • Hosting และ Infrastructure — Cloud Server, Database, CDN: 2,000–50,000 บาท/เดือน
  • Domain และ SSL Certificate — 500–3,000 บาท/ปี
  • Third-party Service Subscription — ค่า SMS, Email Service, Maps API
  • Maintenance รายปี — 15–25% ของค่าพัฒนา
  • Training — สอน User/Admin: 5,000–30,000 บาท

วิธีควบคุมงบประมาณ

  1. ทำ MVP ก่อน — ตัด Feature ที่ไม่จำเป็นออก
  2. Phase การพัฒนา — แบ่งเป็น Phase ไม่ต้องจ่ายทั้งหมดพร้อมกัน
  3. เลือก Template UI แทน Custom Design สำหรับ Phase แรก
  4. ใช้ Cloud Service แทนพัฒนาเอง เช่น Auth, Email, Storage
  5. กำหนด Scope อย่างเข้มงวด — "Scope Creep" คือสาเหตุหลักที่โปรเจกต์บวม

สรุป

ราคา Software กำหนดโดย Scope + Complexity + Timeline + Team Quality ไม่ใช่แค่จำนวนหน้าหรือจำนวน Feature

ก่อนขอ Quote ให้เตรียม:

  • รายการ Feature ที่ต้องการ (Must Have, Should Have, Nice to Have)
  • Timeline ที่ต้องการ Go-Live
  • Range งบประมาณคร่าวๆ
  • Platform ที่ต้องการ

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้ Quote ที่แม่นยำและเปรียบเทียบได้จริง


ต้องการ Quote ที่โปร่งใสและ Scope ที่ชัดเจน? ติดต่อทีม Adowbig เพื่อนัด Discovery Session ฟรี

Software CostCustom SoftwarePricingSoftware DevelopmentBudget
แชร์บทความ:FacebookXLINE

คำถามที่พบบ่อย

Software ราคาต่ำมากๆ ควรระวังอะไรบ้าง?

ราคาต่ำผิดปกติมักมาพร้อมกับสัญญาณอันตราย เช่น ไม่มี Discovery Phase, ไม่มี Prototype/Wireframe ก่อน Code, Scope ไม่ชัดเจน, ไม่มี Maintenance Plan หรือ Contract ที่ไม่ครอบคลุม IP Ownership ในระยะยาวอาจแพงกว่ามากหากต้องแก้งานซ้ำหรือเปลี่ยนผู้พัฒนา

ควรแจ้งงบประมาณให้ Software House รู้ตั้งแต่แรกไหม?

แนะนำให้แจ้ง Range งบประมาณคร่าวๆ เพราะจะช่วยให้ Software House วางแผน Scope ได้ตรงกับงบ แทนที่จะ Quote มาเต็มที่แล้วคุณต้องตัด Feature ทีหลัง การแจ้งงบไม่ได้หมายความว่าจะโดนบวกราคาเต็มงบเสมอ

Payment Milestone ควรเป็นอย่างไร?

โครงสร้างที่ดีมักแบ่งเป็น 3–4 Milestone เช่น (1) 30% เมื่อเซ็นสัญญา (2) 30% เมื่อผ่าน UAT (User Acceptance Testing) (3) 30% เมื่อ Go-Live และ (4) 10% หลัง Warranty Period หลีกเลี่ยงการจ่ายเต็มล่วงหน้า

ค่า Maintenance ต่อปีควรอยู่ที่เท่าไหร่?

โดยทั่วไปค่า Maintenance รายปีอยู่ที่ 15–25% ของค่าพัฒนาเริ่มต้น ครอบคลุม Bug Fix, Security Update, Minor Enhancements และ Support SLA ควรตกลง Scope ของ Maintenance ให้ชัดเจนว่ารวม Feature เล็กๆ ไว้ด้วยหรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

PDPA กับซอฟต์แวร์: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนพัฒนาระบบในไทย
software

PDPA กับซอฟต์แวร์: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนพัฒนาระบบในไทย

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) บังคับใช้เต็มรูปแบบแล้ว ธุรกิจที่พัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่หรือปรับระบบเดิมต้องรู้ว่าอะไรบ้างที่ต้องออกแบบให้ถูกกฎหมาย ก่อนที่จะเจอบทลงโทษสูงสุด 5 ล้านบาท

จ้างทำซอฟต์แวร์ vs สร้างทีม In-house: เลือกแบบไหนถึงคุ้มสำหรับธุรกิจไทย
software

จ้างทำซอฟต์แวร์ vs สร้างทีม In-house: เลือกแบบไหนถึงคุ้มสำหรับธุรกิจไทย

เมื่อธุรกิจต้องการซอฟต์แวร์ใหม่ คำถามที่ตอบยากที่สุดคือ "จ้าง Software House ทำ หรือ สร้างทีม developer เอง?" บทความนี้เปรียบเทียบต้นทุน ความเสี่ยง และเหตุผลจริงๆ ที่แต่ละทางเลือกเหมาะกับบริบทไหน

Security สำหรับ Software ที่ SME ไทยต้องรู้ก่อน Go-Live
software

Security สำหรับ Software ที่ SME ไทยต้องรู้ก่อน Go-Live

SME ไทยหลายรายคิดว่าต้องใหญ่ก่อนถึงจะตกเป็นเป้าหมาย Hacker แต่ความจริงคือ SME เป็นเป้าหมายที่ง่ายกว่า บทความนี้อธิบาย Security พื้นฐานที่ทุก Software ต้องมี